ความสัมพันธ์ Win Rate กับ Reward : Risk และ Edge 

อ่านจากหลายเพจๆ หลายบทความเลยลองมาสรุปความคิดดู ลองอ่านกันดูนะเผื่อได้ไอเดียว่าที่เราเก็งกำไรกันแล้วยังไม่รอด เพราะเราเล่นในเกมที่เราไม่ได้เปรียบรึป่าว ?

จากตาราง สมมติให้มีระบบการลงทุน 20 แบบ แต่ละแบบ จะมีผลตอบแทนต่อความเสี่ยง ต่างๆกัน โดยจะเรียง Reward/Risk (RR) จากน้อยไปมาก และคำนวณหา Win Rate ที่จะทำให้ระบบนี้เท่าทุน( Breakeven) ได้พอดี ในระยะยาว ก็คือผลตอบแทนที่คาดหวัง Expected Return : E(R) เท่ากับ 0 นั้นเอง
เช่น System 1 ให้ Reward 10 Risk 100 มีอัตราส่วนผลตอบแทนต่อความเสี่ยง 0.1 หมายความว่า เวลาชนะจะได้ จะได้ 10 หน่วย เวลาแพ้ เสีย 100 หน่วย ระบบนี้ต้องมีโอกาสชนะ 91% ถึงจะทำให้เท่าทุน ในระยะยาว โดยนำโอกาสการชนะและReward Risk มาคำนวณ Expected Return : E(R)

E(R1) แทนผลตอบแทนที่คาดหวังของ system 1
E(R1) = Reward*%Win – Risk*%Loss
= 10*90.91% – 100*9.09%
= 0
——————————————–
จะเห็นว่าในระยะยาวแล้วระบบนี้จะต้องมี %win ที่สูงถึง 90.91% เพื่อทำให้ระบบนี้เท่าทุน 
พูดง่ายๆ คือ เล่นหุ้น 100 ครั้ง เวลาชนะได้ 10 บาท แพ้ เสียทีละ 100 บาท เราต้องชนะถึง 91 ครั้ง เพื่อ cover loss 9 ครั้ง ถ้าระบบนี้อยากจะกำไรในระยะยาว ต้องชนะให้มากกว่า 91 ครั้งขึ้นไป
จากบทความหลายๆ อัน นักเก็งกำไรที่เก่งๆ จะมี%Win ประมาณ 50-60% คนทั่วไป ประมาณ 50% หรือต่ำกว่านั้น จะเห็นว่าถ้าเราเป็นชาวบ้านคนธรรมดาเราเลือกหุ้นได้แม่นไม่ต่างกับการโยนเหรียญเลย
——————————————–
สมมติต่อไปว่า ถ้าเราเลือกเล่นเกมโยนเหรียญ ที่โอกาสชนะแพ้เท่ากัน50% ถ้าออกหัว ได้ 1 บาท ออกก้อยเสีย บาท Expected Return ของเกมนี้ คือ 0 แสดงว่าเราไม่มีแต้มต่อ (no edge) ถ้าเรามีเหตุผลพอ เราจะเล่นทำไมเนี่ย !! 


ในระยะสั้นๆ 3-4 ครั้งเราอาจจะเดาถูกมากกว่าผิดได้ แต่ระยะยาวเราไม่ได้เปรียบเลย เราก็ควรเล่นเกมที่เรามีแต้มต่อ (มี Edge ) เช่น เกมโยนเหรียญที่โอกาสแพ้ชนะ 50% แต่เวลาชนะเราได้ 3 บาท แพ้เราเสีย 1 บาท เราจะมีแต้มต่อ มี expectancy เป็นบวก ในระยะยาว ถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไป เราจะได้กำไรเฉลี่ย 1 บาท
——————————————–
ถ้าเราจะเล่นเกมเก็งกำไรให้อยู่รอดในระยะยาวให้ได้เปรียบก็ต้องหา Edge ให้เจอ เช่น ถ้าระบบเราเหมือนกับ System8 Reward:Risk 3:1 เวลาชนะได้ 300 บาท เวลาแพ้เสีย 100 บาท ที่ความแม่นยำ 25% คือ เล่น100 ครั้ง ชนะ25ครั้ง แพ้75ครั้ง เราจะเสมอตัวพอดี

เราต้องสร้าง edge ด้วยการ เพิ่ม % win ให้มากกว่า 25% หรือถ้าเพิ่ม % win ไม่ได้ ก็ต้อง เพิ่ม Reward : Risk ให้มากกว่า 3: 1 เราถึงจะได้เปรียบ
จะเห็นว่าระบบที่ RR ต่ำต้องการ % win ที่สูงมากกกกก จะมาเล่นกำไรช่อง สองช่อง แต่คัททีละ 10 ช่องเนี่ย เราต้องแม่นมากๆเลยนะ 


หรือถ้าเลือกระบบ RR สูงมาก ซึ่งต้องการ % win ต่ำก็จริง แต่เราจะเก่งพอที่จะไปหาเกมที่ให้ RR สูงขนาดนั้นได้รึป่าว คือเกมที่ คัทสั้นๆ ผิดทางไม่เจ็บตัว แต่กำไรแบบได้เปนเด้งๆ เป็น1000% เนี่ย เราจะหาได้มั้ย เราก็ต้องประมาณตัวเองว่าเรามีความสามารถแค่ไหน
——————————————–
ระบบการเลือกหุ้น หรือจุดเข้า จุดออก เป็นแค่ส่วนหนึ่งของระบบรวมเท่านั้น Money Management การควบคุมความเสี่ยงก็เป็นส่วนสำคัญ ที่จะช่วยปกป้องทุนและสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว เพราะการเก็งกำไรเป็นเรื่องความน่าจะเป็น ที่เราไม่สามารถรู้ลำดับการขาดทุนได้แน่นอน ว่าครั้งไหนจะกำไรเท่าไหร่ จะขาดทุนเท่าไหร่ ต่อให้ระบบชนะ 90 ครั้งจาก 100 แต่ถ้าการแพ้ 10 ครั้งมาติดๆกัน จนทำให้เราขาดทุนจนเงินหมด ชัยชนะอีก 90 ครั้งที่เหลือจะมีประโยชน์อะไรจริงถ้าเราไม่เหลือเงินแล้ว จริงมั้ย ?

รูปภาพการคำนวณ Required Winrate
http://www.tradeciety.com/how-to-use-risk-reward-ratio-and…/

=================

มาทำความเข้าใจเพิ่มเรื่อง Risk Reward อย่างละเอียด!!

ได้ที่สัมมนาหุ้นการบ้าน 7 พ.ค. 60 นี้

โปรโมชั่น ลดราคาเหลือ 4,500 บาททันที! ถึงแค่วันที่ 21 เมษานี้เท่านั้น
ลงทะเบียนได้เลย
https://goo.gl/forms/kzURjfjh7KLmBBLg1

#การบ้านหุ้น #หุ้นการบ้าน

Facebook Comments