How to Take a Loss 

Brett N. Steenbarger, Ph.D.

หนังสือหลายเล่มที่เขียนเกี่ยวกับการทำเงินในตลาด มักจะมาพร้อมกับคำชี้ชวนว่า คัทให้สั้น แล้วถือกำไรให้ยาว (Cut your losers and let the winners run) ไม่ค่อยจะมีเล่มไหนบอกถึงวิธีการคัทลอส คุณจะตัดสินใจยังไงเมื่อสถานะของคุณติดลบ เทรดเดอร์ส่วนใหญ่ไม่มีคำตอบสำหรับคำถามนี้ พวกเขาสนใจแต่จุดเข้า แต่ไม่ชัดเจนในจุดออก โดนเฉพาะจุดออกที่เป็นสีแดง

หนึ่งในตัวการสำคัญคือ ความรู้ของเทรดเดอร์เอง ระหว่างสถานะที่ขาดทุน กับความรู้สึกว่าเป็นผู้แพ้ บางครั้งเทรดเดอร์ก็ให้ความรู้สึกว่า การเทรดที่ขาดทุน คือการเทรดที่แพ้ (Losing = Loser) ซึ่งทำให้เกิดอาการหัวเสีย เสียใจ เป็นกังวล และส่งผลต่อการเทรดครั้งต่อไปในอนาคต เพราะว่าตัวเลขกำไรขาดทุนนั้นเป็นสิ่งที่ขัดแย้งกับความภูมิใจในตนเอง เมื่อเทรดเดอร์โฟกัสไปที่ตัวเองเป็นหลักมากกว่าโฟกัสไปที่ตลาด ก็จะเกิดการบิดเบือนขึ้น

ส่วนหนึ่งจากหนังสือ Reminiscences of a Stock Operator อธิบายถึงวิธีการซื้อหุ้นของเทรดเดอร์ชั้นเซียนอย่าง Livermore เขาจะขายหุ้นบางส่วนก่อนแล้วดูการตอบสนองของหุ้นตัวนั้น และก็ทำอีกครั้งนึง และก็ทำอีก ทดสอบว่ามีความต้องการซื้อมากน้อยแค่ไหน เมื่อแรงขายไม่สามารถที่จะทำให้ลงต่อไปได้อีก เขาจะซื้อหุ้นอย่างหนักและเริ่มทำเงิน!!

สิ่งที่ผมชอบในวิธีการของ Livermore คือ Livermore ยอมขาดทุนบางส่วนเพื่อแผนการที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น
“เค้าไม่แค่เสียเงินไปเปล่าๆ แต่เค้ากำลังจ่ายเพื่อซื้อข้อมูล” ถ้าสมมติสถานะทั้งหมดที่อยากถือหุ้นสักตัว คือ 100,000 หุ้น และได้ซื้อไปแล้ว 10,000 หุ้นที่ราคาไฮ หวังว่ามันจะเบรคไฮใหม่ ผมก็จะลองทดสอบดูก่อน ดูว่าที่ราคาตรงนั้นเกิดอะไรขึ้น ตลาดได้ซับแรงขายไปบ้างมั้ย เหมือนกับนักวิทยาศาสตร์ ผมกำลังเก็บข้อมูลว่าสมมติฐานของผมถูกต้องรึเปล่า??

สมมติว่าไม่ได้เบรคจริง และเริ่มย่อกลับเข้ามาในกรอบพร้อมกับแรงขายที่มากขึ้น ผมก็จะขายทิ้งในส่วนที่ซื้อมา แล้วเกิดอะไรขึ้นต่อหละ ?
เทรดเดอร์ที่ยังไม่ประสบความสำเร็จ ก็จะหัวเสียว่า “ทำไมต้องซื้อที่ไฮตลอดเลยฟระ !!” ไม่อยากจะเชื่อว่าตลาดจะวิ่งตรงกันข้ามกับกูตลอดเลย ตลาดมันแย่เทรดไม่ได้
การที่มัวแต่หัวเสีย และมองแต่ตัวเองเป็นหลัก เทรดเดอร์คนนี้ก็จะไม่ได้รับข้อมูลอะไรเลยจากเทรดครั้งนี้ เสียเงินไปฟรีๆ

แต่ถ้าเป็น Livermore เค้าจะมองว่าการขาดทุนเพียงแค่ 1 ส่วน เป็นหนึ่งในแผนการที่ใหญ่กว่า
ถ้าตลาดเป็นขาขึ้นไปสวยๆ ก็จะเริ่มซื้อมากขึ้น สะสมสถานะมากขึ้น แต่ถ้าไม่ขึ้นก็ถือว่าเป็นการซื้อข้อมูลด้วยเงินที่น้อยมากๆ ถ้าตลาดวิ่งในกรอบ เค้าจะหาจุดกลับตัวเมื่อเบรคไม่ผ่านแล้ว short แทนที่จะรอจุดกลับที่ด้านล่างของกรอบแล้วรอเด้งขึ้นไป

ถ้าคุณมองหาการเทรดที่มีโอกาสจะชนะสูงๆ แล้วเกิดการเทรดนั้นมันพลาด ไม่ทำเงินอย่างที่คุณต้องการ คุณก็แค่จ่ายเงินเพื่อซื้อข้อมูลที่สำคัญชิ้นนึงเท่านั้น ก็ตลาดมันไม่ได้ประพฤติตัวเหมือนกับปกติที่มันเคยทำในอดีตไง

ถ้าสมมติว่ามีข่าวเศรษฐกิจข่างนึงที่ปกติจะส่งผลให้เงินดอลลาห์ตกฮวบจากไฮอยู่เสมอ และทำให้คุณเสียเงินจากการซื้อดอลลาห์เอาไว้ คุณกำลังได้ข้อมูลที่มีประโยชน์ แสดงว่าความต้องการดอลลาห์ไม่มีนั่นเอง ข้อมูลนี้มีประโยชน์ต่อการทำกำไรอีกมากมายกว่าเงินที่คุณได้เสียไปในตอนแรกซะอีก

เทรดเดอร์ผู้มีประสบการณ์ ประสบความสำเร็จอย่างยาวนาน และเป็น mentor ให้กับ เทรดเดอร์อีกกว่า 100 คน Everett Klipp กล่าว่า
“คุณต้องรักการเสียเงินและเกลียดการทำเงิน เพื่อที่จะประสบความสำเร็จ ซึ่งมันเป็นสิ่งที่ขัดกับสามัญสำนึกของมนุษย์ คุณต้องเอาชนะความเป็นมนุษย์ให้ได้”

ระบบของ Klipp นั่น take profit เร็วมาก จากแนวคิดที่ว่า เกลียดการทำเงิน แต่ว่าเค้า take loss เร็วกว่าซะอีก เพราะว่าเค้ารักการเสียเงิน แทนที่จะมองว่าการเสียเงินคือภัยคุกคาม Klipp มองว่ามันเป็นแค่ส่วนหนึ่งในการเทรดเท่านั้น การขาดทุนเพียงเล็กน้อยจะช่วยเสริม วินัยและการควบคุมตัวเองให้กับเทรดเดอร์ เค้าเชื่อว่าการขาดทุนไม่ใช่ความล้มเหลว

และนี่คำตอบของคำถามที่ว่า อะไรที่จะบอกเราว่าการเทรดครั้งนี้มันผิดพลาด และจะใช้ข้อมูลนี้ทำกำไรได้อย่างไร ? ถ้าคุณเทรดได้ดีแล้วมันไม่มีเทรดที่ขาดทุนเลย มันจะมีแต่การเทรดที่คุณได้เงินกับการเทรดที่คุณจ่ายเพื่อซื้อข้อมูล เพื่อทำเงินในภายหลังต่างหาก

********

มาแล้ว! สัมมนาหุ้นการบ้าน 7 พ.ค. นี้
อยากลงทุนให้ชนะตลาด ก็ต้องคิดไม่เหมือนคนส่วนใหญ่ในตลาด
ลงทะเบียนเลย

https://goo.gl/forms/2Lhcm8yURkRQzeSw1

 

Facebook Comments