3 กฏทองของการอยู่รอดในตลาด จาก Ray Dalio

1) Don’t have debt rise faster than income

อย่าให้หนี้โตเร็วกว่ารายได้ หรือในความหมายของการลงทุน คือ อย่าใช้ Margin จนเกินตัว สิ่งที่เราต้องคิดถึงเสมอคือเรื่อง Money Management  และการอยู่รอดในตลาด

หากเราใช้ Margin มากเกินไปนั้น อาจทำให้ต้องล้างพอร์ต หรือหนักกว่านั้นถึงขั้นเป็นหนี้เพิ่มขึ้นทันที ดังนั้นหากจะใช้ Margin เพิ่มขึ้น ต้องพัฒนา Income ให้มากขึ้น

ไม่ว่าจะเป็นการวางเงินต้นที่เยอะขึ้น หรือกลยุทธ์ที่ให้ผลตอบแทนเพิ่มมากขึ้น เพื่อให้สมดุลกันระหว่าง Debt กับ Income

2) Don’t have income rise faster than productivity

พอร์ตของเราจะโตตามความรู้ (Productivity) ที่เรามี คนเราจะมีจำนวนเงินที่เหมาะสมกับความรู้ของเราอยู่ ในระยะสั้นเราอาจจะมีดวง มีโชคที่ได้เงินก้อนใหญ่ ได้หุ้นเด้ง แต่ถ้าเราไม่มีความรู้พอจะรักษาเงินนั้น สุดท้ายพอร์ตเราก็จะกลับมาเท่าเดิม

เพราะฉะนั้นใครมาบอกว่าเค้าทำผลตอบแทนได้สูงมากๆ อย่าเพิ่งเชื่อเค้า ให้ดูย้อนหลังไปหลายๆ ปีว่าเค้าทำแบบนั้นได้ตลอดไหม ถ้าให้แน่ใจไปอีกก็ขอดู track record ของเค้าด้วยอีกครั้ง

Productivity มาจาก 2 อย่างคือ

2.1) Skill (Experience + Knowledge) : มีความรู้และประสบการณ์มากพอในสิ่งที่กำลังทำ

2.2) Survivor rate : อัตราการอยู่รอดในตลาด อยู่มานานไหม ซึ่งมันจะส่งผลต่อ Risk Management ที่เราวางไว้ ว่าเรามีแผนอย่างไรที่ทำให้ตัวเองอยู่รอด

ดังนั้นควรจะทำให้ Income ที่ได้มาไม่ใช่เรื่องของโชค ไม่ใช่เรื่องของดวง แต่เกิดจาก Productivity ของตัวเองจริงๆ แล้วเงินนั้นจะสามารถอยู่กับเรา และสร้างดอกผลให้กับเราต่อไป

3) Do all that you can raise your productivity

Productivity ของเราจะส่งผลต่อเรื่องสมดุลย์ของ Risk และ Return ถ้าเรามีความรู้ความสามารถเพิ่ม การที่จะเพิ่มผลตอบแทนก็ไม่ได้ยากอย่างที่คิด

ตั้งใจพัฒนาความรู้ความสามารถ สร้างประสบการณ์ให้มากๆ  ช่วงแรกอาจจะยาก แต่ถ้าอดทนทำต่อไปจะต้องไปถึงแน่นอน

ทุกอย่างต้องใช้เวลา ไม่มีสูตรสำเร็จ ไม่มีทางลัด ไม่มีโชคช่วย ทุกอย่างต้องสร้างด้วยมือตัวเอง

หมายเหตุ

พี่ Cway ได้อธิบายคำศัพท์ก่อนเริ่มสรุป เพื่อให้เราเข้าใจตรงกันไว้ดังนี้ครับ

Debt หมายถึง Margin, Leverage

Income หมายถึง Cashflow, Return

คลิปเต็ม Ray Dalio’s 3 Rules of Thumb

Facebook Comments